เผยแพร่เมื่อ: 7 มีนาคม 2567
ด้วยความร่วมมือกับ Mastercard Open Banking โดยได้รับบริการจาก Finicity ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Mastercard นั้น Fannie Mae ยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัยซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบธนาคาร ช่วยเร่งกระบวนการสมัครขอสินเชื่อสำหรับผู้ให้กู้ และลดความจำเป็นในการเตรียมเอกสารด้วยตนเอง
นอกเหนือจากการช่วยให้ผู้ให้กู้ตรวจสอบสินทรัพย์และประเมินประวัติการชำระค่าเช่าและกระแสเงินสดของผู้กู้แล้ว บริการตรวจสอบความถูกต้อง Desktop Underwriter ® (DU ® ) ของ Fannie Mae ยังช่วยให้ผู้ให้กู้สามารถตรวจสอบข้อมูลรายได้และการจ้างงานของผู้กู้ได้โดยใช้รายงานสินทรัพย์ 12 เดือนเพียงฉบับเดียว การพัฒนาด้านดิจิทัลนี้ช่วยประหยัดเวลาให้แก่ผู้ให้กู้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้กู้ด้วย
ตามธรรมเนียมแล้ว ผู้กู้จะต้องรวบรวมและส่งเอกสารแสดงรายได้ที่เป็นความลับจำนวนมากให้กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อบ้านด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เสียเวลาและไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดความไม่ eficiente ทั้งสำหรับผู้กู้และผู้ให้กู้
DU นำเสนอทางเลือกแบบดิจิทัลที่ช่วยลดความยุ่งยากและขั้นตอนที่ไม่สะดวกในกระบวนการสมัคร เมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้าน ผู้กู้สามารถ Access ขั้นตอนการขอความยินยอม Connect ที่ใช้งานง่ายของ Finicity เพื่อเชื่อมโยงบัญชีธนาคารของตน ทำให้สามารถแบ่งปันข้อมูลกับผู้ให้กู้ได้อย่างง่ายดาย
ด้วยรายงานเพียงฉบับเดียวจาก Finicity DU สามารถช่วยผู้ให้กู้ตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์ รายได้ และการจ้างงานของผู้กู้ พร้อมทั้งวิเคราะห์กระแสเงินสดและประวัติการชำระค่าเช่า เพื่อช่วยอนุมัติสินเชื่อบ้านให้แก่ผู้ที่มีศักยภาพได้มากขึ้น
ขั้นตอนการตรวจสอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อบ้าน สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ
นวัตกรรมล่าสุดของ Fannie Mae ใช้ประโยชน์จาก บริการตรวจสอบสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Verification Service หรือ MVS) จาก Finicity ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายงานชั้นนำ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบที่จำเป็นในการประมวลผลใบสมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานพร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การขอสินเชื่อของลูกค้าหรือไม่? เริ่มต้นวันนี้เลย